8 ขั้นตอนการทำความสะอาดที่นอน

ทีมงาน Omazz ขอเสนอเคล็ดลับเล็กๆน้อยในการทำความสะอาดที่นอนของคุณให้ดูสะอาด สวย เหมือนใหม่แกะกล่องกันเลยทีเดียว หลายคนคงเคยเจอปัญหาคราบฝังต่างๆบนที่นอน หรือจะเป็นอาการแพ้ต่างๆ โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็มักจะเกิดอาการจาม มีน้ำมูก เพราะที่นอนที่ใช้มานานและไม่ได้ผ่านการทำความสะอาด วันนี้ทาง Omazz ขอนำเสนอ 8 ขั้นตอนการทำความสะอาดที่นอน ให้ทุกคนได้อ่านและลองนำไปทำกันดูค่ะ

  1. ดูดฝุ่น

ขั้นตอนแรกในการทำความสะอาดที่นอนของคุณคือการดูดฝุ่น วิธีนี้จะช่วยกำจัดไรฝุ่น ฝุ่นละออง ผมและเศษอื่น ๆ จากที่นอน ใช้หัวแปรงต่างๆที่มาพร้อมกับเครื่องดูดฝุ่นให้เข้าถึงทุกส่วน รวมถึงซอกที่นอนก็ควรให้แปรงปลายเรียวยาเพื่อความสะอาดที่ทั่วถึง ก่อนที่จะดูดฝุ่นให้แน่ใจว่าหัวของเครื่องดูดฝุ่นและชุดแปรงทำความสะอาดมีพร้อมเรียบร้อย

  1. คราบสกปรก

การรั่วไหลของเครื่องดื่มต่างๆที่ยังเปียกอยู่ควรทำความสะอาดทันที โดยการทำความสะอาดโดยใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหมาด ๆวางบนบริเวณที่ต้องการ อย่าถูหรือขัดเพราะอาจเป็นการดันเข้าไปในที่นอนได้ ให้ซับจนกว่าคุณจะดูดซึมของเหลวส่วนเกินนั้นออกทั้งหมด

  1. ทำความสะอาดคราบสกปรก

รวมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 2 ช้อนโต๊ะ (30 มล.) กับสบู่เหลว 1 ช้อนโต๊ะ (15 มล.) ในชามขนาดเล็ก ใช้ช้อนเพื่อคนเข้าด้วยกัน จากนั้นจุ่มแปรงสีฟันเก่าลงในน้ำยาที่ผสมไว้ ค่อยๆขัดสบลงในบริเวณที่ต้องการและเช็ดทำความสะอาดส่วนเกินด้วยผ้าที่สะอาดที่ชุบน้ำหมาดๆ สำหรับที่นอนเมมโมรี่โฟมใช้ในปริมาณที่น้อยที่สุดในการทำความสะอาดขั้นตอนนี้เนื่องจากเมมโมรี่โฟมไม่ควรเปียก วิธีนี้จะมีประสิทธิภาพในการรักษาคราบสกปรกของอาหารและเครื่องดื่ม

  1. ทำความสะอาดคราบทางชีวภาพด้วยเครื่องทำความสะอาดเอนไซม์

ฉีดสเปรย์ทำความสะอาดเอนไซม์บนผ้าสะอาด เช็ดรอยเปื้อนด้วยผ้า ให้ทำความสะอาดประมาณ 15 นาที และล้างบริเวณนั้นด้วยผ้าสะอาดที่ชื้นด้วยน้ำเย็น

อย่าพ่นน้ำยาทำความสะอาดของเหลวลงบนที่นอนโดยตรง ที่นอนไม่ได้รับการออกแบบให้เปียกโดยเฉพาะดังนั้นจึงควรใช้น้ำยาทำความสะอาดเพียงเล็กน้อยเท่าที่จำเป็นเพื่อรักษาคราบสกปรก

เครื่องทำความสะอาดเอนไซม์จะทำลายโปรตีนในเลือด ปัสสาวะ เหงื่อ อาเจียนและสิ่งสกปรกทางชีวภาพอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพในการรักษาคราบไขมันและน้ำมันอีกด้วย

  1. เบกกิ้งโซดา

เมื่อคุณได้รับการจัดการกับคราบทั้งหลายคุณสามารถทำความสะอาดและดับกลิ่นของที่นอนได้ เมื่อต้องการทำเช่นนี้ให้โรยผงเบกกิ้งโซดาบนพื้นผิวทั้งหมดของที่นอน เพื่อให้ที่นอนของคุณมีกลิ่นหอมสดใหม่ให้ผสมน้ำมันหอมระเหยที่คุณโปรดปรานสัก 5 หยดลงในผงเบกกิ้งโซดาก่อนที่จะโรยลงบนที่นอน เมื่อต้องการให้เบกกิ้งโซดาทั่วถึงให้เทลงในตะแกงก่อนเพื่อที่ผงของเบกกิ้งโซดาจะกระจายไปทั่วที่นอน

  1. ดูดซับกลิ่น

ปล่อยเบกกิ้งโซดาได้ทำการล้างตัวที่นอนเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที จะให้เวลาในการทำลายกรด ดูดซับกลิ่นและดูดซับของเหลวที่เหลือจากการทำความสะอาดในบางจุดของคุณ

คุณสามารถทิ้งเบกกิ้งโซดาลงได้เป็นเวลาหลายชั่วโมงหากคุณมีเวลา ยิ่งนอนบนที่นอนมากเท่าไหร่ก็ควรยิ่งดูดซับและทำความสะอาดได้มากขึ้นเท่านั้น

  1. ดูดฝุ่นที่นอนอีกครั้ง

เมื่อทำการทิ้งตัวผงโซดากับที่นอนหลายชั่วโมงแล้วก็ถึงเวลาที่จะดูดเอาผงเบกกิ้งโซดา ในขณะนั้นคุณจะได้รับกรดกลิ่นและของเหลวที่ผงเบกกิ้งโซดาได้ดูดซึมไปพร้อม ๆ กัน

  1. ระบายอากาศ

เมื่อที่นอนสะอาด เป็นความคิดที่ดีที่จะปล่อยให้อากาศได้ถ่ายเท  เพราะความชื้นที่ติดอยู่ภายในที่นอนอาจนำไปสู่เชื้อราได้ซึ่งยากที่จะทำความสะอาดหรือกำจัดออก ดังนั้นควรระบายอากาศและทำให้ที่นอนของคุณแห้งโดยไว ในช่วงฤดูร้อนให้เปิดหน้าต่างในห้องเพื่อให้ได้รับอากาศบริสุทธิ์และทำให้ที่นอนของคุณแห้งเร็วขึ้น คุณยังสามารถเปิดม่านและผ้าม่านเพื่อให้ได้รับแสงแดด เนื่องจากรังสียูวีในดวงอาทิตย์จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและขจัดกลิ่นและทำให้แห้งเร็วขึ้นอีกด้วย

 

ใน 8 ขั้นตอนนี้เป็นวิธีเบื้องต้นที่จะทำความสะอาดที่นอนของคุณ แต่ยังมีอีกหลายวิธีที่เราสามารถป้องกันก่อนเกิดคราบต่างๆได้ อย่างเช่น ผ้ารองกันเปื้อน ผ้าปูที่นอน ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการป้องกันไม่ให้เกิดคราบบนที่นอนของคุณอีกด้วย ทาง Omazz ก็ยังมีผ้ารองกันเปื้อน และผ้าปูที่นอนลายสวยๆให้เลือกสรรอีกมากมาย

(ขอบคุณเครดิตจาก:wikihow)

 

เยี่ยมชมสินค้าของ Omazz :

close